ประตูราโชมอนยังอยู่ตรงนั้นหรือเปล่า?

Last updated: 16 มิ.ย. 2569  |  24 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ประตูราโชมอนยังอยู่ตรงนั้นหรือเปล่า?

ประตูราโชมอนยังอยู่ตรงนั้นหรือเปล่า?
สำรวจร่องรอยสถานที่จริงในเรื่องสั้นของ ริวโนะสุเกะ อะคุตะงะวะ

หลังอ่านหนังสือจบลงสักเล่ม เคยสงสัยกันไหมว่า ฉากหรือสถานที่ในวรรณกรรมเรื่องโปรดนั้น เป็นเพียงพื้นที่ในจินตนาการ หรือครั้งหนึ่งเคยมีอยู่จริงในประวัติศาสตร์? ไม่ว่าจะเป็น สถาปัตยกรรม เมือง ซากอาคาร หรือภูมิทัศน์ที่ตัวละครเดินผ่าน—บางแห่งอาจยังทิ้งร่องรอยไว้ให้ผู้คนตามหา แม้เวลาจะผ่านไปหลายร้อยปี

ครั้งนี้ สำนักพิมพ์สมมติ ขอชวนทุกคนออกเดินทางย้อนเวลาไปยังญี่ปุ่นโบราณ ผ่าน 'สถานที่จริง' ที่ปรากฏหรือเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในโลกเรื่องสั้นของ ริวโนะสุเกะ อะคุตะงะวะ นักเขียนผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งใน 'ราชาแห่งเรื่องสั้นญี่ปุ่น'

จากประตูเมืองที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรือง ก่อนจะกลายเป็นซากแห่งความเสื่อมโทรม ไปจนถึงป่าไผ่ วัด และศาลเจ้าที่ยังคงชวนให้จินตนาการถึงฉากสำคัญในเรื่องเล่าอันลุ่มลึกของเขา

และนี่คือ 4 สถานที่ ที่จะทำให้โลกของอะคุตะงะวะจับต้องได้มากกว่าที่เคย
..,

— 1. ประตูราโชมอน: จากซากประตูสู่สัญลักษณ์ทางวรรณกรรม

ประตูราโชมอน เป็นประตูเมืองขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของถนนซูซากุ ในเมืองเฮอันเคียว (เมืองหลวงของญี่ปุ่นยุคขุนนาง) ซึ่งปัจจุบันคือเมืองเกียวโต สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 789 ตามแบบแผนผังเมืองของจีนโบราณ โดยมีขนาดกว้างประมาณ 35 เมตร ลึก 9 เมตร และสูง 21 เมตร ตัวประตูสร้างด้วยไม้ทาสีแดงสดและผนังดินสีขาว มีหลังคาทรงจั่วสองชั้นมุงกระเบื้อง และประดับด้วยรูปปั้นของเทพเจ้าแห่งสงครามผู้ปกปักรักษาบนยอด เพื่อปกป้องเมืองหลวงจากภัยอันตราย

ในยุคเฮอัน (ยุคขุนนางของญี่ปุ่น) ประตูราโชมอนถือเป็นทางเข้าหลักสู่เมืองหลวงและเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและความเจริญรุ่งเรือง อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป โดยเฉพาะในช่วงศตวรรษที่ 12 ประตูแห่งนี้กลับถูกละเลยและเสื่อมโทรม กลายเป็นสถานที่ที่ผู้คนทิ้งศพและทารกที่ไม่ต้องการ เป็นที่หลบซ่อนของโจรและผู้ร้าย และมีชื่อเสียงในด้านความน่ากลัวและอาถรรพ์

ประตูราโชมอน ไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับวรรณกรรมและศิลปะหลายแขนง ในศตวรรษที่ 15 นักเขียนบทละครชื่อดัง คันเซะ โนบุมิตสึ ได้เขียนบทละครชื่อ 'ราโชมอน' โดยใช้ตัวอักษร 'โช' ที่แปลว่า ชีวิตแทนที่ปราสาทในชื่อเดิมของประตู เพื่อสร้างความหมายใหม่ว่า 'ประตูแห่งชีวิต' ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นชื่อที่แพร่หลายในวรรณกรรมและภาพยนตร์

ในปี ค.ศ. 1915 ริวโนะสุเกะ อะคุตะงะวะ ได้นำประตูราโชมอนมาเป็นฉากหลังในเรื่องสั้นชื่อเดียวกัน โดยใช้สภาพที่เสื่อมโทรมของประตูเป็นสัญลักษณ์ของความเสื่อมถอยทางศีลธรรมและสังคมของญี่ปุ่นในยุคนั้น เรื่องราวของคนรับใช้ที่ต้องตัดสินใจระหว่างการอดตายหรือการขโมยเพื่อเอาชีวิตรอด สะท้อนถึงความขัดแย้งทางจริยธรรมที่ยังคงเป็นประเด็นที่น่าสนใจมาจนถึงปัจจุบัน

[ปัจจุบัน ประตูราโชมอนไม่ได้หลงเหลืออยู่แล้ว แต่มีการสร้างอนุสรณ์สถานขึ้นที่สวนสาธารณะในเมืองคะระฮะชิระโจมอนโจเขตใต้ จังหวัดเกียวโต โดยมีเสาหินและป้ายข้อมูลที่อธิบายประวัติและความสำคัญของประตูแห่งนี้ แม้ว่าจะไม่มีโครงสร้างเดิมหลงเหลืออยู่ แต่สถานที่นี้ยังคงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวและผู้สนใจวรรณกรรมมาเยี่ยมชมและระลึกถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของประตูราโชมอน]


— 2. ป่าอาราชิยามะ: แรงบันดาลใจจากเรื่อง 'ในป่าละเมาะ'

ในเรื่อง 'ในป่าละเมาะ' อะคุตะงะวะเล่าเรื่องราวของการฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในป่าไผ่ใกล้เกียวโต แม้จะไม่มีการระบุสถานที่จริง แต่หลายคนเชื่อว่า ป่าอาราชิยามะที่ตั้งอยู่ในฝั่งตะวันตกของเมืองเกียวโต ซึ่งมีบรรยากาศเงียบสงบและลึกลับ เป็นแรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องนี้

ป่าอาราชิยามะ เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังที่สุดของญี่ปุ่น มีเส้นทางเดินเท้าเลียบแนวต้นไผ่ที่สูงเสียดฟ้า และเมื่อแสงแดดลอดผ่านช่องไม้ไผ่ จะเกิดเป็นภาพที่เงียบงามและวังเวงในคราวเดียวกัน ความเงียบสงบนี้สะท้อนบรรยากาศที่ผู้เขียนสื่อผ่านป่าละเมาะในเรื่องได้อย่างงดงาม และทำให้ป่าอาราชิยามะกลายเป็นสถานที่ที่นักอ่านและนักท่องเที่ยวจำนวนมากเชื่อมโยงเข้ากับงานวรรณกรรมของอะคุตะงะวะ

[นอกจากจะเป็นแรงบันดาลใจให้ภาพยนตร์และวรรณกรรมแล้ว ป่าอาราชิยามะยังเปรียบเสมือนเวทีของการตั้งคำถามต่อความจริง ความยุติธรรม และจิตใจมนุษย์ ซึ่งเป็นแก่นเรื่องสำคัญในงานเขียนของอะคุตะงะวะแทบทุกชิ้น]


— 3. วัดและพระราชวัง ในเรื่อง 'จมูก': การเสียดสีความหลงตัวเองในยุคขุนนาง

เรื่องสั้น 'จมูก' เล่าเรื่องของพระภิกษุที่มีจมูกยาวผิดปกติ ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของความหลงตัวเอง

เรื่องนี้ตั้งอยู่ในยุคขุนนาง และมีการอ้างอิงถึงสถานที่จริง เช่น วัดโชราคุจิ ในจังหวัดชิซูโอกะ และพระราชวังอิมพีเรียลในเกียวโต


— 4. วัดพุทธและศาลเจ้าชินโต ฉากสำคัญในเรื่อง 'มังกร': ตำนานที่เกิดจากคำลวง

'มังกร' เป็นเรื่องสั้นที่เล่าเรื่องของพระภิกษุที่ประกาศว่ามังกรจะขึ้นจากสระน้ำในวันที่สามของเดือนมีนาคม แม้จะเป็นคำลวง แต่ผู้คนจำนวนมากก็มาเฝ้ารอดู ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อและจิตวิทยาของมนุษย์

เรื่องนี้ตั้งอยู่ในเมืองนารา และอ้างอิงถึงสถานที่สำคัญสองแห่งที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ ได้แก่ วัดโคฟุกุจิ วัดพุทธเก่าแก่ประจำตระกูลขุนนางชั้นสูงของญี่ปุ่น

และ ศาลเจ้าคาสุกะ ศาลเจ้าชินโตที่ตั้งอยู่ใกล้กัน ทั้งสองสถานที่มีความสำคัญทางศาสนาอย่างยิ่งในยุคขุนนางญี่ปุ่น
..,

สัมผัสโลกของอะคุตะงะวะ ผ่านสถานที่จริง

หากผู้อ่านต้องการสัมผัสบรรยากาศวังเวงและน่ากลัวของประตูราโชมอน หรือบรรยากาศสงบและลึกลับของป่าละเมาะในฉบับวรรณกรรม สำนักพิมพ์สมมติมีหนังสือที่รวมเรื่องสั้นเหล่านี้ไว้ ได้แก่

'ราโชมอน และเรื่องสั้นอื่นๆ' รวมเรื่องสั้นที่มีฉากหลังในญี่ปุ่นโบราณ เช่น ราโชมอน, ในป่าละเมาะ, จมูก, ใยแมงมุม และ ฉากนรก

'ความจงรักภักดี และรวมเรื่องสั้นอื่นๆ' รวมเรื่องสั้นที่สะท้อนถึงความซับซ้อนของอารมณ์มนุษย์ เช่น “มังกร”, “เคะซะ และ โมะริโตะ”, และ “โอะงิน”

หนังสือเหล่านี้จะพาคุณย้อนเวลากลับไปยังญี่ปุ่นโบราณ ผ่านเรื่องราวที่สะท้อนถึงธรรมชาติของมนุษย์และสังคม

พร้อมที่จะเดินทางสู่โลกวรรณกรรมของอะคุตะงะวะแล้วหรือยัง?
..,

สั่งซื้อผลงานรวมเรื่องสั้นของอะคุตะงะวะ 2 เล่มที่เราจัดพิมพ์

คลิก Set เรื่องสั้นคัดสรรของ ริวโนะสุเกะ อะคุตะงะวะ




หรือคลิกทุกอย่างเกี่ยวกับ ราโชมอน

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้