3 เหตุผลที่ทำให้คน 1% ที่รวยที่สุดต่างไปจากคน 99% ที่อยู่ต่ำกว่า

Last updated: 26 ส.ค. 2569  |  16 จำนวนผู้เข้าชม  | 

3 เหตุผลที่ทำให้คน 1% ที่รวยที่สุดต่างไปจากคน 99% ที่อยู่ต่ำกว่า

คุณูปการสำคัญ 3 ประการที่ทำให้คน 1% ที่รวยที่สุดต่างไปจากคน 99% ที่อยู่ต่ำกว่า

สิ่งที่ทำให้ประชากร 1 % ที่ร่ำรวยที่สุดต่างไปจากประชากร 99 % ที่อยู่ต่ำกว่าก็คือ พวกมหาเศรษฐีเหล่านี้ให้ความสำคัญกับมรดกของกษัตริย์ที่มีต่อเศรษฐกิจ มากกว่ามรดกประเภทอื่นๆ ที่พระองค์ทิ้งไว้ในพื้นที่ทางการเมือง สังคม และวัฒนธรรม

ด้วยเหตุนี้ บทบาทในเชิงสัญลักษณ์ของกษัตริย์รัชกาลที่ 9 ในฐานะประมุขของรัฐ การอุปถัมภ์องค์กรทางศาสนาของพระองค์ การเสด็จพระราชดำเนินอันตรากตรำและห่างไกลเพื่อเยี่ยมเยือนหมู่บ้านที่ยากจนในพื้นที่ชนบท และพระปรีชาสามารถในด้านศิลปะ ดนตรี และกีฬา ล้วนถูกกล่าวถึงโดยนายทุนชั้นนำในแบบผ่านๆ

แต่ในทางตรงกันข้าม คุณูปการของพระองค์ที่ตราตรึงอยู่กับพวกคนรวยเป็นอย่างมากกลับเป็นสิ่งที่พวกเขามองว่า 'เป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการธุรกิจและความเติบโตทางเศรษฐกิจของพวกเขา'

[...]

ในมุมมองของคนกลุ่มนี้ พระองค์ควรได้รับการจารึกในหัวใจของคนไทยทุกคนเพราะคุณูปการสำคัญ 3 ประการ นั่นคือ พระองค์ทรงมอบปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นแนวทางให้บริษัทธุรกิจได้นำไปปฏิบัติตาม พระองค์ทรงพระราชทานตราตั้งห้างให้แก่บริษัทชั้นนำ และที่สำคัญที่สุด โครงการส่วนพระองค์หลายพันโครงการเป็นช่องทางให้นักธุรกิจที่มีอิทธิพลและที่ดูจะมีจิตใจดีงามได้ทำการบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อการกุศล

[...]

ตั้งแต่ช่วงหลังของทศวรรษที่ 1990 เป็นต้นมา เศรษฐกิจพอเพียงได้รับการยกย่องอย่างแพร่หลายในหมู่นักวิชาการ นักการเมือง ข้าราชการ และนักกิจกรรมสังคมในประเทศไทย ในฐานะยาต้านพิษต่อลัทธิบริโภคนิยม ทุนนิยม และจักรวรรดินิยมที่มาจากโลกตะวันตก แม้กษัตริย์รัชกาลที่ 9 จะสวรรคต เศรษฐกิจพอเพียงยังคงอยู่และมีอิทธิพลในรัฐไทย

เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมชาติ พวกคนรวยกล่าวถึงเศรษฐกิจพอเพียงอย่างสรรเสริญยิ่งนัก ในฐานะประธานคณะผู้บริหารของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (หรือ ซีพี) บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในไทยและหนึ่งในบริษัทด้านธุรกิจการเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ศุภชัย เจียรวนนท์ รำลึกถึงคุณูปการที่กษัตริย์รัชกาลที่ 9 ทรงมอบให้ภาคธุรกิจ บุตรชายคนที่สามของ ธนินท์ เจียรวนนท์ — มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในราชอาณาจักร — ได้กล่าวถึงยกย่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในฐานะเครื่องมือสำคัญในการเตือนสตินักธุรกิจไม่ให้ละโมบและเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน

เช่นเดียวกัน บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานบริหารบริษัทสหพัฒนพิบูล ไม่ลังเลในการกล่าวยกย่องมรดกของกษัตริย์รัชกาลที่ 9 แม้จะเป็นเจ้าของบริษัทจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เจ้าสัวเครือสหพัฒน์อ้างว่าบริษัทมูลค่าหลายล้านของเขาได้ประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาโดยตลอดและทำให้บริษัทของเขามีแต่ความสุขความเจริญเรื่อยมา

รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทปูนซิเมนต์ไทย เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับเจ้าสัวทั้งสองคนในเรื่องของมรดกที่พระองค์ได้ทิ้งไว้ ในฐานะบริษัทอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และหนึ่งในการลงทุนที่ทำกำไรสูงสุดของสำนักงานทรัพย์สินฯ ปูนซิเมนต์ไทยคือบรรษัทระดับโลก นอกเหนือจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทมูลค่าหลายล้านเหรียญฯ ที่ว่านี้ได้ขยายธุรกิจอย่างกว้างไกลไปยังเอเชียตะวันออก สหรัฐฯ เม็กซิโก ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกาใต้ กระนั้นก็ตาม กรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทกลับอ้างว่า ปูนซิเมนต์ไทยได้ทำตามปรัชญาของรัชกาลที่ 9 อย่างเคร่งครัดผ่านการลงทุนแบบพอประมาณ อีกทั้งบริษัทยังพยายามเผยแพร่ปรัชญาดังกล่าวให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลให้มากที่สุด

นอกเหนือไปจากซีพี สหพัฒน์ และปูนซิเมนต์ไทย บริษัทยักษ์ใหญ่อื่นๆ ยังได้ให้สัญญาในที่สาธารณะว่า พวกเขาจะทำตามตัวแบบที่พระองค์ได้ให้ไว้ บริษัทที่ว่านี้รวมถึงไทยเบฟเวอเรจ กลุ่มเซ็นทรัล คิง เพาเวอร์ และธนาคารกรุงเทพ ซึ่งถือเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของราชอาณาจักรในธุรกิจเครื่องดื่ม การค้าปลีก สินค้าปลอดภาษีอากร  และการธนาคาร  ตามลำดับ

นอกเหนือจากเศรษฐกิจพอเพียง สิ่งที่กษัตริย์รัชกาลที่ 9 สร้างความตราตรึงในหัวใจของเหล่าเจ้าสัวคือ 'การที่พระองค์ทรงพระราชทานตราตั้งให้แก่บริษัทชั้นนำทั้งหลายตลอดรัชสมัยอันยาวนาน'

ดังที่ ปีเตอร์ แจ็คสัน (Peter Jackson) ให้ข้อสังเกตว่า ตราตั้งคือรางวัลที่ไม่ได้หามาอย่างง่ายๆ มันคือเครื่องหมายที่มอบให้แก่บริษัทในการถือครอง สิทธิในการประดับตราพระครุฑพ่าห์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของรัฐไทย ระบบราชการ และสถาบันกษัตริย์ มันคือหนึ่งในรางวัลที่ทรงเกียรติมากที่สุดที่บริษัทใดในราชอาณาจักพึงจะได้รับ เนื่องจากเครื่องหมายพระราชทานเป็นตัวบ่งชี้ถึง พระบรมราชานุญาตที่ออกให้แก่บริษัทที่ประสบความสำเร็จในการประกอบธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทไทยหรือบริษัทต่างชาติ กล่าวได้ว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ที่กล่าวก่อนหน้าล้วนเป็นบริษัทที่ได้รับพระราชทานตราตั้งจากรัชกาลที่ 9 ทั้งสิ้น...

[...]

สำหรับเจ้าสัวทั้งหลาย ช่วงเวลาที่ว่านั้นช่างน่าจดจำ เพราะมันแสดงให้เห็นถึงการที่กษัตริย์ทรงตระหนักและพอพระทัยในความสำเร็จทางธุรกิจ คุณูปการที่มีให้กับระบบเศรษฐกิจ และความจงรักภักดีต่อราชบัลลังก์ ที่เหล่าเจ้าสัวได้ปฏิบัติตลอดมา และนับจากช่วงเวลาของการติดตราตั้งประดับห้างร้าน บริษัทของพวกเขาดูจะได้รับความไว้วางใจจากสาธารณะมากขึ้น...
..,

บางส่วนในบท "ทุน ธ ทาน" จากหนังสือ
ในเล่ม เจ้าทรัพย์ : บทวิพากษ์เศรษฐกิจการเมืองไทยร่วมสมัย
(Lords of Property : A Critique of Thailand’s Contemporary Political Economy)

ปวงชน อุนจะนำ : เขียน
ปิยะวิทย์ เทพอำนวยสกุล : บรรณาธิการสำนักพิมพ์
เอกสิทธิ์ เทียมธรรม : บรรณาธิการเล่ม
DESIGN | ● สมมติ STUDIO ● | จิรวัฒน์ รอดอิ่ม

พิมพ์ครั้งแรก ตุลาคม 2566
ความหนา : 392 หน้า
ราคาปก : 450 บาท
ISBN : 978-616-562-057-4

สั่งซื้อหนังสือ คลิก



สนใจเป็น SET ราคาพิเศษ




Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้