'เอเรวอน' โลกสมมติที่เป็นจริงของซามูเอล บัตเลอร์

Last updated: May 30, 2020  |  532 จำนวนผู้เข้าชม  |  Literature World

'เอเรวอน' โลกสมมติที่เป็นจริงของซามูเอล บัตเลอร์

'เอเรวอน' โลกสมมติที่เป็นจริงของซามูเอล บัตเลอร์
====

ซามูเอล บัตเลอร์ นักเขียนชาวอังกฤษที่มีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 19 หรือที่เรียกกันว่า 'ยุควิคตอเรียน'

แม้ในยุคนั้น ชื่อของบัตเลอร์จะถูกโจมตีโดยนักวิจารณ์ร่วมสมัยว่าเป็น ‘นักเขียนหัวขบถ’ ที่ ‘ดีแต่เขียนเรื่องไร้สาระ’ และ ‘มีความรู้ความเข้าใจแบบผิดๆ’

ทว่าหลังจากสิ้นลมหายใจ ผลงานของเขากลับเป็นที่กล่าวขานในวงการวรรณกรรม จากนักเขียนที่ประสบแต่ความล้มเหลวขณะมีชีวิต กลับถูกยกย่องว่าเป็นนักคิดหัวก้าวหน้าที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลเกินยุคสมัย

ในทีนี้ยังรวมไปถึงนวนิยายเล่มสำคัญของเขา ‘เอเรวอน (Erewhon)’ ซึ่งได้กลายเป็นต้นแบบของนวนิยายเชิงเสียดสี และเป็นรากฐานของวรรณกรรมแนวดิสโทเปียในเวลาต่อมา
====

เอเรวอน ดินแดนไร้แห่งหน คือ ‘งานเสียดสี (satire)’ ที่สะท้อนภาพความเคร่งครัดทางศีลธรรมอันย้อนแย้งในยุควิคตอเรียน ซึ่งเป็นยุคที่ศีลธรรมกับบทบาทคำสอนทางศาสนาไม่อาจแยกออกจากกันได้โดยสิ้นเชิง

ยิ่งไปกว่านั้น ศีลธรรมที่ว่านี้ยังกลายเป็นเกณฑ์ของการลงโทษในสังคมอีกด้วย

สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ เรื่องราวในดินแดนไร้แห่งหนที่เสียดสีและจิกกัดความเชื่อทางสังคมหรือศาสนาได้อย่างเจ็บแสบนั้น มาจากปลายปากกาของ ซามูเอล บัตเลอร์ ผู้ที่เติบโตมาในครอบครัวบาทหลวง และถูกเลี้ยงดูอย่างเข้มงวด

เป็นไปได้ว่าความทุกข์จากการถูกกดขี่ตลอดช่วงวัยเยาว์ ทำให้บัตเลอร์ปฏิเสธที่จะสืบทอดการเป็นบาทหลวงอย่างที่ครอบครัวคาดหวัง

และเมื่อเติบโตขึ้น เขาก็ได้ค้นพบว่าการเป็นคริสต์ศาสนิกชนหรือไม่เป็นนั้น ไม่ได้ส่งผลต่อความแตกต่างทางจริยธรรมอย่างที่เขาเคยได้รับการปลูกฝังมา

ซึ่งการค้นพบนี้เองที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อความเชื่อของบัตเลอร์ และมีอิทธิพลอย่างมากต่องานเขียนของเขา
====

กล่าวสำหรับ เอเรวอน ดินแดนไร้แห่งหน (หรือในชื่อเต็ม Erewhon; or, Over the Range) เริ่มเรื่องอย่างนวนิยายผจญภัยทั่วไป คือมีตัวเอกเป็นผู้เดินทางข้ามภูเขาไปพบดินแดนลึกลับที่มีชื่อว่า ‘เอเรวอน’

เอเรวอนเป็นดินแดนที่รุ่มรวยด้วยอารยธรรมอันสูงส่งและความดีงามในจิตใจของผู้คน เพราะกฎหมายกับศีลธรรมได้กลายเป็นสิ่งเดียวกันและยังถูกบังคับใช้ในสังคมอย่างเคร่งครัด

เอเรวอนดูจะเป็น ‘ยูโทเปียหรือดินแดนในอุดมคติ’ ที่ทุกคนใฝ่หา ทว่าเมื่อเรื่องราวดำเนินต่อไป ตัวละครก็ได้พบกับความลักลั่นของผู้คนในเมือง ‘ความถูกต้องทางศีลธรรม’ ในความเชื่อของชาวเอเรวอนดูจะวิปริตไปด้วยทรรศนะที่ผิดเพี้ยนอย่างยากที่จะแก้ไข

ผู้ป่วยในเอเรวอนถูกปฏิบัติไม่ต่างกับอาชญากรคนหนึ่ง การเจ็บป่วยถือเป็นอาชญากรรมในดินแดนแห่งนี้ การบังคับใช้ศีลธรรมอย่างเข้มงวดกลับนำไปสู่การกระทำที่ไร้มนุษยธรรม กระนั้นชาวเอเรวอนก็ยังคงสมาทานค่านิยมเหล่านั้นไว้ด้วยความศรัทธา
====

แม้เรื่องราวในโลกสมมติของบัตเลอร์จะถูกโจมตีอย่างรุนแรงสังคมในยุคนั้น แต่ด้วยความยึดมั่นในความคิดและจุดยืนของตน

ประกอบกับความกล้าหาญที่จะตั้งคำถามต่อกรอบประเพณีของสังคมในยุคนั้น ทำให้ เอเรวอน ผลงานชิ้นเอกของบัตเลอร์ ถูกยกให้เป็นวรรณกรรมเสียดสีระดับขึ้นหิ้งจนถึงปัจจุบัน

ซึ่งก็เป็นข้อพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่าท้ายที่สุดแล้วเอเรวอนก็คือโลกสมมติที่เป็นเรื่องจริง


คลิกสั่งซื้อเอเรวอน ดินแดนไร้แห่งหน 

Powered by MakeWebEasy.com