Peter Zumthor กับ 9 แนวคิดสร้างเวทมนตร์ให้สถาปัตยกรรม

Last updated: 5 ก.ย. 2569  |  27 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Peter Zumthor กับ 9 แนวคิดสร้างเวทมนตร์ให้สถาปัตยกรรม

เปิด 'แนวคิด 9 หลัก' ที่จะช่วยเหล่าสถาปนิกสามารถ 'สร้างเวทมนตร์' ให้กับงานสถาปัตยกรรมของพวกเขาได้ นี่คือการค้นพบจากการทำงานของ ปีเตอร์ ซุมธอร์

ในหนังสือ Atmospheres: Architectural Environments, Surrounding Objects ของ ปีเตอร์ ซุมธอร์ ได้รวบรวมแนวคิด 9 ประการ เพื่อสร้างเวทมนตร์ให้กับงานสถาปัตยกรรม ซึ่ง สดานุ สุขเกษม ผู้เขียนหนังสือ 'สถาปัตยกรรมแห่งความรู้สึก' บทสำรวจความคิดสถาปัตยกรรมของ ปีเตอร์ ซุมธอร์ ได้สรุปไว้อย่างละเอียดต่อแนวคิดดังกล่าว ซึ่งเราได้หยิบยกมาบางส่วน คือ

ประการแรก แนวคิดเรื่อง 'ร่างกายของสถาปัตยกรรม' (The Body of Architecture)

ซึ่งหมายถึงการรวบรวมวัสดุและองค์ประกอบต่างๆ ในโลกเข้าด้วยกันเพื่อสร้างเป็นพื้นที่

สำหรับ ปีเตอร์ ซุมธอร์ สถาปัตยกรรมคือการมีอยู่ของสิ่งต่างๆ ที่สามารถกระตุ้นความรู้สึกและอารมณ์ของผู้คนได้ มันสร้างผลลัพธ์ทางความรู้สึกต่อผู้ใช้งาน และนี่คือหนึ่งในความลับสำคัญที่สุดของสถาปัตยกรรม

ซุมธอร์มองสถาปัตยกรรมราวกับ 'ร่างกาย' ที่มีทั้งกายวิภาค พื้นผิว และสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน เหมือนร่างกายมนุษย์ที่ถูกปกคลุมด้วยผิวหนัง เขาจึงสนใจสถาปัตยกรรมในฐานะมวลกาย พื้นผิว และเปลือกห่อหุ้มที่สามารถสัมผัสและรู้สึกได้จริง ไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงนามธรรม

ประการที่สอง คือ 'ความเข้ากันได้ของวัสดุ' (Material Compatibility)

ปีเตอร์ ซุมธอร์ เป็นสถาปนิกที่หลงใหลในการทดลองกับวัสดุ เขาเคยกล่าวว่า สถาปัตยกรรมคือ 'พื้นที่และวัสดุ' เพราะวัสดุแต่ละชนิดสามารถก่อให้เกิดคุณลักษณะเฉพาะตัวได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

หินก้อนเดียวกัน เมื่อถูกบด เจาะ ผ่า หรือขัด ก็สามารถให้พื้นผิวและความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป แม้แต่การนำวัสดุชนิดเดียวกันมาจัดวางในปริมาณหรือบริบทที่ต่างกัน ก็ทำให้เกิดผลลัพธ์ใหม่ ทั้งในแง่พื้นผิว น้ำหนัก และการสะท้อนแสง

ซุมธอร์ให้ความสำคัญกับ 'ร่องรอย' และ 'ความทรงจำ' ที่อยู่ภายในวัสดุ โดยเฉพาะวัสดุท้องถิ่นซึ่งมักกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในงานของเขา สำหรับเขา น้ำหนัก การมีอยู่ และสัมผัสของวัสดุ ล้วนส่งผลต่อความรู้สึกของพื้นที่ทางสถาปัตยกรรม

เขาเชื่อว่า การนำวัสดุต่างชนิดมารวมกัน ไม่ใช่เพียงเรื่องของความสวยงาม แต่คือการสร้าง 'ความสัมพันธ์' ระหว่างวัสดุ บางครั้งวัสดุอาจอยู่ห่างกันเกินไปจนไม่สามารถสื่อสารกันได้ หรือในทางตรงกันข้าม อาจอยู่ใกล้กันเกินไปจนทำให้พลังของแต่ละวัสดุถูกกลบหาย

ประการที่สาม คือ 'เสียงของที่ว่าง' (Sound of Space)

ซุมธอร์มองว่า พื้นที่ภายในอาคารเปรียบเสมือนเครื่องดนตรีขนาดใหญ่ ที่สามารถเก็บ ขยาย และส่งต่อเสียงได้ เสียงของพื้นที่จึงสัมพันธ์โดยตรงกับรูปทรงของห้อง พื้นผิวของวัสดุ และวิธีการใช้วัสดุแต่ละชนิด

วัสดุที่แตกต่างกันย่อมสร้างคุณภาพเสียงที่ต่างกัน เช่น พื้นไม้สนกับพื้นคอนกรีต ต่างให้เสียงและความรู้สึกไม่เหมือนกัน แต่คนจำนวนมากกลับมองข้ามว่า 'เสียง' คือส่วนสำคัญของประสบการณ์ทางสถาปัตยกรรม

ซุมธอร์เคยกล่าวว่า สิ่งแรกที่เขานึกถึงเสมอคือ 'เสียง' ในวัยเด็ก เสียงแม่ทำครัว เสียงกระทบหม้อ-กระทะ หรือเสียงในสถานีรถไฟและเมืองใหญ่ เสียงเหล่านี้สร้างทั้งความทรงจำ ความรู้สึกอบอุ่น และการรับรู้ถึงการมีอยู่ของสถานที่

เขาชวนให้เราลองจินตนาการว่า หากตัดเสียงทั้งหมดออกจากอาคาร จะยังเหลือ 'เสียง' ของอาคารอยู่หรือไม่

แต่ในอีกมุมหนึ่ง เขาก็สนใจการสร้าง 'ความเงียบ' ให้กับสถาปัตยกรรม เพราะในโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย พื้นที่เงียบสงบกลายเป็นสิ่งมีคุณค่า เสียงจากการเดิน การพูดคุย หรือแม้แต่เสียงเปิดปิดประตู ล้วนส่งผลต่อความรู้สึกและความทรงจำของผู้ใช้งาน

ประการที่สี่ คือ 'อุณหภูมิของที่ว่าง' (The Temperature of a Space)

ซุมธอร์เชื่อว่า อาคารทุกแห่งล้วนมี 'อุณหภูมิ' ของตัวเอง และอุณหภูมินั้นไม่ได้หมายถึงเพียงสภาพทางกายภาพ แต่ยังรวมถึงความรู้สึกทางจิตวิทยาที่พื้นที่ส่งต่อให้ผู้คนด้วย

เขามองว่า สิ่งที่งดงามที่สุดในสถาปัตยกรรมมักมาพร้อมกับความประหลาดใจ

ซุมธอร์อธิบายว่า วัสดุแต่ละชนิดส่งผลต่อการรับรู้อุณหภูมิแตกต่างกัน เช่น โลหะเย็นสามารถทำให้พื้นที่รอบตัวดูเย็นลง ขณะที่ไม้ให้ความรู้สึกอบอุ่น ทั้งทางกายภาพและทางอารมณ์

ดังนั้น 'อุณหภูมิของพื้นที่' สำหรับซุมธอร์ จึงเป็นการผสมกันระหว่างสัมผัสทางกายภาพกับความรู้สึกทางจิตใจ ซึ่งเกิดขึ้นผ่านวัสดุ แสง และบรรยากาศของสถาปัตยกรรมเอง

ประการที่ห้า คือ 'วัตถุรอบข้าง' (Surrounding Objects)

ซุมธอร์สนใจความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับสิ่งของรอบตัว เขามักประทับใจกับวิธีที่ผู้คนจัดเก็บ สะสม และเชื่อมโยงวัตถุต่างๆ ภายในบ้านหรือพื้นที่ทำงาน เพราะสิ่งเหล่านั้นสะท้อนความผูกพัน ความทรงจำ และตัวตนของเจ้าของสถานที่

เขาได้รับแรงบันดาลใจจากวัตถุ กิจกรรม และร่องรอยการใช้ชีวิตของผู้คน ตัวอย่างสำคัญคือบ้านของ Heinz Bienefeld ในเมืองโคโลญจน์ ซึ่งซุมธอร์รู้สึกถึง 'การมีอยู่' ของเจ้าของบ้านผ่านสิ่งของสะสมและรายละเอียดต่างๆ ที่ถูกจัดวางไว้อย่างพิถีพิถัน

ประสบการณ์นี้ทำให้เขามองว่า สถาปัตยกรรมเปรียบเสมือน 'ภาชนะ' สำหรับรองรับชีวิต ความทรงจำ และสิ่งของของมนุษย์

แนวคิดเรื่อง 'ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน' จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญในงานออกแบบของซุมธอร์ เขาให้ความสำคัญกับความคุ้นเคยของวัตถุรอบตัว รวมถึงร่องรอยความทรงจำที่สามารถกระตุ้นอารมณ์และความรู้สึกผูกพันต่อพื้นที่ได้

สำหรับซุมธอร์ สถาปัตยกรรมที่ดีจึงไม่ใช่เพียงพื้นที่ใช้งาน แต่คือพื้นที่ที่สามารถสื่อสารกับผู้คน และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสถานที่ได้อย่างลึกซึ้ง

ประการที่หก คือ 'ระหว่างผู้ประพันธ์และการเกลี้ยกล่อม' (Between Composer and Seduction)

แนวคิดนี้กล่าวถึงการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เชื่อมโยงระหว่าง 'ความสงบ' และ 'การดึงดูดใจ' เพื่อสร้างประสบการณ์การเคลื่อนไหวภายในพื้นที่

ซุมธอร์มองว่าสถาปัตยกรรมคล้ายกับดนตรี เพราะเป็นศิลปะของพื้นที่และจังหวะการเคลื่อนที่ของผู้คน สิ่งสำคัญคือการสร้างความรู้สึก 'อิสระ' ในการเดินและสำรวจ มากกว่าการชี้นำอย่างตรงไปตรงมา

เขาไม่ได้ต้องการบังคับผู้ใช้งาน แต่ใช้วิธี 'หลอกล่อ' ผ่านพื้นที่ แสง และบรรยากาศ เพื่อให้ผู้คนค่อยๆ เคลื่อนที่ไปยังจุดต่างๆ ด้วยความรู้สึกอยากค้นหา

สำหรับเขา สถาปัตยกรรมที่ดีจึงไม่ใช่เพียงพื้นที่ที่สงบหรือสวยงาม แต่คือพื้นที่ที่เล่นกับความรู้สึก กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น และทำให้ผู้ใช้งานค่อยๆ มีส่วนร่วมกับประสบการณ์ของพื้นที่นั้นด้วยตัวเอง

ประการที่เจ็ด คือ 'ความตึงเครียดระหว่างโครงสร้างภายในและภายนอก' (Tension between Interior and Exterior)

ซุมธอร์มองว่า สถาปัตยกรรมสื่อสารกับผู้คนผ่านความสัมพันธ์ระหว่าง 'ภายใน' และ 'ภายนอก' ไม่ว่าจะเป็นประตู ทางเดิน ช่องเปิด หรือจังหวะการเปลี่ยนผ่านระหว่างพื้นที่ในอาคารกับโลกภายนอก ซึ่งทั้งหมดนี้มีส่วนสร้าง 'ความรู้สึกของสถานที่' และบรรยากาศของความสงบ

สำหรับเขา การออกแบบสถาปัตยกรรมจึงไม่ใช่เพียงการสร้างพื้นที่ใช้สอย แต่คือการจัดวางประสบการณ์ระหว่างพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะอย่างละเอียดอ่อน สถาปนิกต้องเข้าใจว่าพื้นที่แต่ละส่วนควรเปิดเผยหรือปกปิดอะไรบ้าง

ซุมธอร์เชื่อว่า ด้านหน้าของอาคารควร 'เอื้อนเอ่ยบางอย่าง' กับผู้คน แต่ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยทุกอย่างในทันที เพราะเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมส่วนหนึ่งอยู่ที่สิ่งซึ่งซ่อนอยู่ภายใน และการค่อยๆ เปิดให้ผู้ใช้งานได้ค้นพบผ่านประสบการณ์ของตนเอง

ประการที่แปด คือ 'ระดับความใกล้ชิด' (Levels of Intimacy)

ซุมธอร์มองว่า สถาปัตยกรรมถูกกำหนดผ่านมิติ สัดส่วน และขนาดของพื้นที่ เขาเรียกสิ่งนี้ว่า “ระดับของความใกล้ชิดภายในพื้นที่ที่สัมพันธ์กับระยะทาง” ซึ่งหมายถึงความรู้สึกใกล้–ไกลที่ส่งผลต่อการรับรู้ของมนุษย์ต่อสถาปัตยกรรม

แม้อาคารจะมีขนาดใหญ่กว่าร่างกายมนุษย์เสมอ แต่ภายในอาคารก็ยังเต็มไปด้วยองค์ประกอบขนาดเล็กที่สัมพันธ์กับร่างกายเราโดยตรง เช่น ประตู หน้าต่าง บานพับ หรือข้อต่อ สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความรู้สึกเมื่อเราใช้งานพื้นที่

ซุมธอร์ยกตัวอย่างว่า ประตูทรงสูงเพรียวอาจทำให้ผู้คนดูสง่างามเมื่อเดินผ่าน ขณะที่ประตูขนาดมหึมาอาจสร้างความรู้สึกน่าเกรงขามและทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกถึงอำนาจหรือความหนักแน่นของพื้นที่

สิ่งที่เขาสนใจจึงไม่ใช่เพียง 'ขนาด' ของอาคาร แต่รวมถึงมวล น้ำหนัก แรงโน้มถ่วง ตลอดจนความหนาบางของผนังและประตู ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนกำหนดประสบการณ์ทางอารมณ์ของผู้คนภายในสถาปัตยกรรม

ประการสุดท้าย 'แสงสว่างในทุกสิ่ง' (The Light on Things)

ซุมธอร์มองว่า 'แสง' คือองค์ประกอบทางธรรมชาติที่สามารถเปลี่ยนบรรยากาศและการรับรู้ของพื้นที่ได้โดยตรง เงาที่เกิดจากการตกกระทบของแสงช่วยสร้างมิติและแรงสะเทือนทางอารมณ์ให้กับสถาปัตยกรรม ซึ่งทั้งหมดนี้สัมพันธ์กับวัสดุที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นผิวด้านหรือมันวาว เรียบหรือหยาบ

แนวคิดแรกที่เขาชื่นชอบ คือการออกแบบอาคารให้เป็นเหมือน 'มวลแห่งความมืด' ก่อนจะปล่อยให้แสงค่อยๆ เจาะทะลุเข้ามา ราวกับแสงเป็นมวลอีกก้อนหนึ่งที่เข้ามาแทนที่ความมืด สร้างบรรยากาศและจังหวะของพื้นที่ผ่านการเปลี่ยนผ่านระหว่างแสงกับเงา

อีกแนวคิดสำคัญคือการเลือกใช้วัสดุที่ตอบสนองต่อแสงแตกต่างกัน ซุมธอร์สนใจพื้นผิวและวัสดุที่สามารถสร้างความรู้สึกเฉพาะตัวเมื่อกระทบกับแสง เพราะสำหรับเขา แสงไม่ได้มีหน้าที่เพียงส่องสว่าง แต่ยังทำหน้าที่สร้างความทรงจำและความรู้สึกที่เชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับพื้นที่อีกด้วย
..,
สำหรับใครก็ตามที่อยากอ่านและศึกษาแนวคิดทั้งหมดอย่างเป็นระบบและครบถ้วน เราขอแนะนำหนังสือ สถาปัตยกรรมแห่งความรู้สึก บทสำรวจความคิดสถาปัตยกรรมของ ปีเตอร์ ซุมธอร์ โดย สดานุ สุขเกษม

นับว่าเป็นหนึ่งในประตูสำคัญที่จะพาเราเข้าใกล้โลกความคิดของสถาปนิกผู้เชื่อว่า อาคารที่ดี ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อ 'มองเห็น' แต่ต้องทำให้มนุษย์ 'รู้สึก' ได้ด้วยเช่นกัน




สถาปัตยกรรมแห่งความรู้สึก
[ บทสํารวจความคิดสถาปัตยกรรมของ ปีเตอร์ ซุมธอร์ ]
Exploring Peter Zumthor’s Architectural Thinking

สดานุ สุขเกษม : เขียน
ปิยะวิทย์ เทพอำนวยสกุล : บรรณาธิการสำนักพิมพ์
สิทธิวัฒน์ เรืองพงศธร : บรรณาธิการเล่ม
DESIGN | ● สมมติ STUDIO ● | จิรวัฒน์ รอดอิ่ม
พิมพ์ครั้งแรก ตุลาคม 2568
ความหนา 184 หน้า
ราคาปก 250 บาท
ISBN : 978-616-562-077-2

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้