ทำไมเราถึงเรียกว่า 'ห้องสมุด' ไม่ใช่ 'ห้องหนังสือ'

Last updated: Jun 8, 2020  |  16870 จำนวนผู้เข้าชม  |  Literature World

ทำไมเราถึงเรียกว่า 'ห้องสมุด' ไม่ใช่ 'ห้องหนังสือ'

เปิดรับสมาชิกตลอดชีพรุ่นสอง ราคา 28,000 บาท
เมื่อสมัครแล้วได้รับหนังสือทันทีมูลค่า 22,000+ บาท

ผู้อ่านสามารถออกแบบงวดผ่อนชำระเองได้ (ระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน) ได้รับหนังสือเมื่อชำระครบ

รายละเอียดคลิก คำประกาศความรู้สึกและจินตนาการใหม่ในการทำสำนักพิมพ์



#รับจำนวนจำกัด #ปิดรับสิ้นเดือนพฤศจิกายน #ครบจำนวนปิดรับทันที
====================

  • เผยจุดกำเนิดของคำว่า 'ห้องสมุด'
  • 'ห้องสมุด' เกี่ยวอะไรกับประวัติศาสตร์การพิมพ์ของไทย
  • 'สมุดไทย' กับ 'สมุดฝรั่ง' ต่างกันอย่างไร


คำถามชวนฉงนสนเท่ห์ที่มีมาโดยตลอดทุกยุคทุกสมัยสำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจคลั่งไคล้หนังสือ คือ ทำไมเราถึงเรียกสถานที่เก็บรวบรวมหนังสือว่า 'ห้องสมุด' เหตุใดจึงไม่เรียกว่า 'ห้องหนังสือ' ในเมื่อเข้าไปใน 'ห้องสมุด' ก็เห็นแต่หนังสือเต็มไปหมด

เราอาสาพาผู้อ่านย้อนเวลา กลับไปค้นหา สำรวจจุดกำเนิดของสมุดและหนังสือ เพื่อตอบคำถามค้างคาใจ ว่าด้วยเรื่องที่มาของชื่อ 'ห้องสมุด' ซึ่งสัมพันธ์กับบริบททางประวัติศาสตร์การพิมพ์ของไทย

คำว่า 'สมุด' เป็นคำไทยดั้งเดิม ใช้เรียกแผ่นกระดาษที่พับทบไปมาเหมือนพัดด้ามจิ๋ว มีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะขีดเขียน บันทึกเรื่องราวต่างๆ ลงไว้ด้วยลายมือ แล้วสามารถพับเป็นปึกหนาประมาณ 2-3 นิ้ว เรียกว่า 'สมุด'

กระดาษปึกหนึ่งนับเป็นสมุดหนึ่งเล่ม หากจะเทียบกับภาษาปัจจุบัน 'สมุด' ในเวลานั้นก็คือ 'หนังสือ' นั่นเอง บางครั้งก็เรียกหนังสือที่เขียนหรือคัดลอกด้วยมือและทำเป็นเล่มโดยการพับกระดาษทบกันเป็นปึกว่า 'สมุดไทย' ถ้าเป็นหนังสือทางพระพุทธศาสนา หรือเป็นของพระมหากษัตริย์ก็เรียก 'พระสมุด'

หากเรื่องราวที่บันทึกมีขนาดยาวอาจประกอบด้วยสมุดไทยหลายปึกหรือหลายเล่ม สมุดประเภทนี้ได้แก่ คัมภีร์พระไตรปิฎก วรรณกรรมทางศาสนา กฎหมาย ตำรายา หรือตำราโหราศาสตร์ ดังนั้นสถานที่เก็บรวมรวบสมุดจึงได้ชื่อว่า 'ห้องสมุดหรือหอสมุด' นอกจากนี้ ความสามารถในการเขียนได้ อ่านออก ยังเป็นทักษะที่จำกัดอยู่เฉพาะในหมู่ชนชั้นสูง และแวดวงศาสนา ภิกษุ สามเณร ห้องสมุดจึงมักตั้งอยู่ในวัดและพระราชวัง

สมุดลักษณะนี้ใช้กันมาอย่างยาวนานในสังคมไทย จนกระทั่งถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ความนิยมก็เริ่มลดลง เนื่องจากการรับเอาศิลปวิทยาการ เทคโนโลยีการตีพิมพ์ด้วยเครื่องจักร และการเย็บเล่มแบบหนังสือของชาวตะวันตกเข้ามาในประเทศไทย นับตั้งแต่กำเนิดโรงพิมพ์โดยบาทหลวงคาทอลิกเมื่อต้นรัชกาลที่ 1 จนถึงการพิมพ์ยุคหมอบรัดเลย์ ในสมัยรัชกาลที่ 4 

การพิมพ์ในยุคต้นทำให้เกิดการเผยแพร่องค์ความรู้อย่างกว้างขว้างกว่าการคัดลอกด้วยลายมือ ทำให้ยุคของการคัดลอกด้วยลายมือลงบนสมุดค่อยๆ หายไปจากสังคมไทย และเป็นยุคเริ่มต้นของการใช้ 'สมุดฝรั่ง' เพื่อแทนการใช้ 'สมุดไทย' และกระดาษม้วน ดังที่ปรากฏในประกาศห้ามปี พ.ศ.2397 ซึ่งระบุว่าไม่ให้ทำฎีกาถวายด้วยกระดาษม้วนอีกต่อไป แต่ให้ใช้สมุดอย่างฝรั่งแทน

'หนังสือ' หรือ 'สมุดอย่างฝรั่ง' ที่ผลิตด้วยวิธีการตีพิมพ์ ถูกเก็บรักษาไว้ในห้องสมุดซึ่งเคยเป็นสถานที่รวบรวมสมุดไทยมาก่อน ด้วยเหตุนี้เราจึงยังคงเรียกสถานที่เก็บรวบรวมหนังสือว่า 'ห้องสมุด' เนื่องจากมันเคยเป็นสถานที่เก็บสมุดที่ขีดเขียน ด้วยมือจริงๆ มาก่อน แต่ภายหลัง 'หนังสือ' ได้เพิ่มจำนวนมากขึ้น จนกระทั่งเข้าแทนที่ 'สมุดไทย'

นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมเวลาเข้าห้องสมุด แต่มองไปทางไหนก็เห็นแต่หนังสือ
==================

ชุดหนังสือแนะนำ ORDER NOW

ยกชุด 8 เล่มใหม่ล่าสุด!!! จากสำนักพิมพ์สมมติ จับจองเป็นเจ้าของหนังสือสุดสวยทั้ง 8 เล่มนี้ -- ในราคาพิเศษ 

8 เล่มครบทุกชุดงาน ครบทุกอรรถรส (คลิกที่ชื่อเล่ม / ชื่อนักเขียน เพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)

งานเลี้ยงของบาเบตต์ (Babette's Feast) - Isak Dinesen . ทู เดอะ ไลท์เฮาส์ (To the Lighthouse) - Virginia Woolf . ว่าด้วยศิลปะและชีวิต (On Art and Life) John Ruskin . ว่าด้วยประชาชน (On People) - ธเนศ วงศ์ยานนาวา . รยางค์และเงื้อมเงา - วิภาส ศรีทอง . ในปีที่ยี่สิบเจ็ด และเรื่องสั้นอื่นๆ - ชาคริต คำพิลานนท์ . 2559 รวมเรื่องสั้นในส่วนเสี้ยวของกาลเวลา - ศิวรัฐ หาญพานิช . จุลศักราช - รวิวาร


สั่งซื้อยกชุดในราคาพิเศษ คลิก https://bit.ly/3alEWMu


Powered by MakeWebEasy.com