สัญลักษณ์คณะราษฎรที่หายไป...เราจะจดจำไว้

Last updated: Sep 20, 2020  |  13419 จำนวนผู้เข้าชม  |  Literature World

สัญลักษณ์คณะราษฎรที่หายไป...เราจะจดจำไว้

ท่าน 'รื้อ' / เรา 'สร้าง'

ท่าน 'ลบ' / เรา 'ไม่ลืม'

เริ่มจากเมษายน พ.ศ.2560 | หมุดคณะราษฎรในลานพระบรมรูปทรงม้าหายไปอย่างมีเงื่อนงำ จนปัจจุบันก็ยังไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ใด

"24 มิถุนายน 2475 เวลาย่ำรุ่ง ณ ที่นี้ คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญเพื่อความเจริญของชาติ”

นี่คือข้อความที่สลักอยู่บนหมุดคณะราษฎร จุดเริ่มต้นของการก่อตั้งระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กล่าวกับบีบีซีไทยว่า การปักหมุดคณะราษฎร เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2475 เป็นเรื่องสำคัญมากของประวัติศาสตร์การเมืองไทย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองที่แทบจะไม่เสียเลือดเนื้อ สะท้อนให้เห็นถึงความประนีประนอมของคณะราษฎร และกลุ่มอำนาจเก่าหรือคณะเจ้า

"การที่มีบุคคลถอดหมุดดังกล่าวออก ซึ่งคาดว่าต้องเป็นฝ่ายต่อต้านประชาธิปไตย เป็นนัยสำคัญของความไม่ต้องการประนีประนอม ไม่ต้องการปรองดองและการปฏิรูป" ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์กล่าว

นายบุญเกียรติ การะเวกพันธุ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่าการถอดหมุดคณะราษฎร แล้วเปลี่ยนเป็นอันใหม่นั้น สะท้อนให้เห็นว่ามีผู้ต้องการลบประวัติศาสตร์สำคัญของไทย โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นระบอบประชาธิปไตย และทำให้การตระหนักรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยเลือนหายไป

"ส่วนตัวเชื่อว่าคนไทยไม่ค่อยรู้จักประวัติศาสตร์ไทย สังคมไทยไม่เรียนรู้ข้อดีข้อเสียที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ และพัฒนาการของประชาธิปไตยในห้วงเวลาที่ผ่านมา จึงทำให้สังคมไทยยังตกอยู่ในวงจรรัฐประหาร มีการยึดอำนาจ จัดการเลือกตั้ง และฉีกรัฐธรรมนูญ ไม่รู้จบ" นายบุญเกียรติกล่าว

(ข้อมูลจาก https://www.bbc.com/thai/thailand-39608193)
============

ต่อมา 28 ธันวาคม พ.ศ.2561 | อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญหรืออนุสาวรีย์ปราบกบฏบวรเดช 2476 ที่ตั้งอยู่กลางบริเวณวงเวียนหลักสี่ ย่านบางเขน กทม. ก็หายไปอีกเช่นกัน

ที่มาของอนุสาวรีย์ฯ สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2476 เมื่อมีบุคคลคณะหนึ่งประกอบด้วยทหารและพลเรือน เรียกตัวเองว่า “คณะกู้บ้านเมือง” มี นายพลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช เป็นผู้นำ ได้นำทหารจำนวนมากจากหัวเมืองมายึดบริเวณดอนเมือง เพื่อบีบบังคับให้รัฐบาลพระยาพหลพลพยุหเสนาลาออกและปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของคณะกู้บ้านเมือง ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลได้ส่งตัวแทนไปเจรจากับคณะกู้บ้านเมืองให้ล้มเลิกความคิดล้มล้างรัฐบาล และถอนทหารกลับสู่ที่ตั้ง​ แต่กลับไม่เป็นผล

ดังนั้น พระยาพหลฯ จึงตั้งให้หลวงพิบูลสงครามเป็นแม่ทัพคุมกำลังทหารออกปราบปรามฝ่ายคณะกู้บ้านเมือง โดยมีการปะทะกันที่บางเขนตั้งแต่วันที่ 12 - 16 ต.ค. 2476 ต่อมาฝ่ายคณะกู้บ้านเมืองได้พ่ายแพ้ พระองค์เจ้าบวรเดชทรงลี้ภัยไปอินโดจีน แต่อย่างไรก็ตาม ฝ่ายรัฐบาลได้สูญเสียทหารและตำรวจจำนวน 17 นาย ในการปกป้องกฏหมายรัฐธรรมนูญในครั้งนี้

หลังเหตุการณ์สงบเรียบร้อย รัฐบาลได้นำศพของผู้เสียชีวิตมาทำบุญอุทิศส่วนกุศล ณ วัดราชาธิวาส และได้จัดพิธีฌาปนกิจอย่างยิ่งใหญ่​ ณ​ ท้องสนามหลวงอย่างสมเกียรติในฐานะวีรชนของชาติ ในวันที่ 18 ก.พ.2477

จากนั้นได้บรรจุอัฐิทหารที่เสียชีวิตไว้ในปลอกกระสุนปืนใหญ่ทองเหลืองตามประเพณีของทหารและตั้งไว้ที่กรมกองต้นสังกัดของเหล่าทหารและตำรวจทั้ง 17 นาย เป็นเวลา 3 ปี ต่อมาราชการได้สร้างอนุสาวรีย์ปราบกบฏ ที่ตำบลหลักสี่ อำเภอบางเขน จังหวัดพระนคร จึงได้นำอัฐิของวีรชน 17 นาย มาบรรจุไว้ที่อนุสาวรีย์แห่งนี้

(ข้อมูลจาก https://prachatai.com/journal/2018/12/80289)
============

วันที่ 26 มกราคม พ.ศ.2563 | อนุสาวรีย์พระยาพหลที่ลานหน้าสโมสรนายทหาร ค่ายพหลโยธิน หายไป จากการรายงานข่าวของผู้สื่อข่าวประชาไทเดินทางไปตรวจสอบที่ศูนย์การทหารปืนใหญ่ (https://prachatai.com/journal/2020/01/86104)

ปลายเดือนธันวาคม พ.ศ.2562 บีบีซีไทย รายงานโดยอ้าง พ.ต.พุทธินาถ พหลพลพยุหเสนา บุตรชายคนที่ 4 ของพระยาพหลฯ ให้ข้อมูลว่าศูนย์การทหารปืนใหญ่ จะจัดพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์ เพื่อที่จะทำการย้ายอนุสาวรีย์ทั้งออกในเดือน ม.ค. แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเป็นการรื้อออกหรือจัดเก็บไว้ยังสถานที่ใด

และในวันเดียวกัน | ผู้สื่อข่าวที่ลงพื้นที่ตรวจสอบรายงานว่า ไม่พบ 'อนุสาวรีย์จอมพล ป. พิบูลสงคราม' บริเวณด้านหน้าอาคารสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ บก.สปท

[สำหรับพระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นหัวหน้าคณะราษฎร ผู้นำการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์สู่ระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ และเขายังเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของไทย ส่วน จอมพล ป. เป็นหนึ่งในสมาชิกคณะราษฎรและภายหลังยังดำรงตำแหน่งนายกฯ ของไทยด้วย]
============

ล่าสุด วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563 | ณ จังหวัดเชียงราย ป้ายข้อความ 'บ้านจอมพล ป. พิบูลสงคราม' หายไป จากหลักฐานภาพถ่ายของ อานนท์ นำภา ทนายความและนักกิจกรรมสิทธิมนุษยชน

โดยข้อความ "บ้านจอมพล ป. พิบูลสงคราม" ถูกเปลี่ยนไปเป็น "ศูนย์เรียนรู้เชิงประวัติศาตร์"

(ข้อมูลจาก https://prachatai.com/journal/2020/02/86171)
============

จาก เม.ย. 2560 ถึง ก.พ. 2563

พวกท่านอาจจะหลงลืมไปว่า 'การลบประวัติศาสตร์' ก็คือ 'การสร้างประวัติศาสตร์' อีกชิ้นหนึ่งขึ้นมา

ท่าน 'รื้อ' / เราจะ 'สร้าง'

ท่าน 'ลบ' / เราจะ 'ไม่ลืม'

==================

สำนักพิมพ์สมมติขอเชิญชวน 'ผู้อ่าน' ร่วมสวมใส่ เสื้อศรัทธา, เสื้อ The Code และ เสื้อยืดคำประกาศของคณะราษฎร เพื่อเป็นหนึ่งสัญลักษณ์ของการไม่สยบยอมต่ออำนาจอันไม่ชอบมาพากล

1. เสื้อศรัทธา

ศรัทธาที่เราเคยมีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งอาจลดน้อยถอยลง...กระทั่งจางหาย



2. เสื้อ The Code


ในบรรดาตัวเลขทั้งหมด โลกกำหนดขึ้นมาเพื่อให้จำนวนนับเป็นไปได้วิถีชีวิตปกติ แต่ในวิถีชีวิตปกติอีกเช่นกัน บางตัวเลข . . .



● เสื้อยืดสีดำแสดงความเงียบ สงบ ทว่ามีนัยถึงความแข็งแกร่ง ไม่โอนอ่อน และไม่สยบยอม
● ข้อความบนเสื้อยืดสีดำ ทำหน้าที่ส่งเสียงกู่ตะโกนถึงความต้องการและการต่อต้านอย่างเงียบสงบที่สุด!!!

=============================

3. เสื้อยืดคำประกาศคณะราษฎร

ร่วม
ระลึกถึงหลักการตั้งต้นของ 'คณะราษฎร' กลุ่มคณะผู้นำประชาธิปไตยมาสู่สังคมไทย ในวาระครบรอบ 88 ปี อภิวัฒน์ 2475


คลิกสั่งซื้อ เสื้อยืดคำประกาศคณะราษฎร

กล่าวสำหรับข้อความ 'พึงรู้เถิดว่าประเทศเรานี้เป็นของราษฎร' คือวรรคทองวรรคหนึ่งที่ปรากฏอยู่ใน 'คำประกาศคณะราษฎร' ที่ถูกนำมาขณะย่ำรุ่งของวันที่ 24 มิ.ย. 2475

และหากใครก็ตามที่ได้อ่าน 'คำประกาศฯ' จะเห็นว่า ข้อความ 'พึงรู้เถิดว่าประเทศเรานี้เป็นของราษฎร' นำหน้าประโยคที่ต่อท้ายมาอย่างมีนัยสำคัญ!!!

ถึงเวลายืนยันตัวตน และชัดเจนในสิ่ง 'จุดยืน' และ 'อุดมคติตั้งต้น'

ร่วมเป็นหนึ่งในผู้ครอบครองเสื้อ 'พึงรู้เถิดว่าประเทศเรานี้เป็นของราษฎร'

=============================

***อย่าลืมใช้ Code ส่วนลด 100 บาท***

ใช้ได้ทั้ง Website (vintage print ไม่ร่วมรายการ)

ใส่ EYEOPEN100 ที่หน้าสรุปรายการสั่งซื้อ กรอกช่อง 'ใส่รหัสคูปอง' (เมื่อสั่งซื้อครบ 1,200 บาท)
======

เลือกซื้อ 'หนังสือดี ราคาโดน' คัดเน้นๆ มาให้ผู้อ่านเลือกสรรกันอย่างครบรส ทุกหมวดหมู่

เริ่มต้นที่ 289.- เท่านั้น คลิกเลือกซื้อได้ที่ https://www.sm-thaipublishing.com/category/3755/special-set

ทั้งหนังสือแปล / วรรณกรรมคลาสสิค / วรรณกรรมไทย / หนังสือวิชาการและปรัชญา

Powered by MakeWebEasy.com