วรรณกรรมคลาสสิค 9 เล่ม ที่สายอาร์ตไม่ควรพลาด

Last updated: May 30, 2020  |  5246 จำนวนผู้เข้าชม  |  Literature World

วรรณกรรมคลาสสิค 9 เล่ม ที่สายอาร์ตไม่ควรพลาด

เสน่ห์หนึ่งของโลกวรรณกรรมที่นักอ่านจะพบเจอเสมอคือการ 'หยิบ' 'จับ' อะไรสักอย่างทั้งใกล้และไกลตัวมาเล่าให้เป็นเรื่อง เราจะเห็นหลากหลายผู้คน หลากหลายชีวิต และหลากหลายวัฒนธรรม ปรากฏอยู่ในหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งเสมอ

ศิลปะ ศิลปิน และความคลั่งไคล้ใหลหลง คือภาพตัวแทนหนึ่งของ 'ความเป็นมนุษย์' ที่หลากหลายผู้ประพันธ์นำมาเล่าผ่าน เพื่อกะเทาะเปลือกไปให้ถึงแก่นของความงามและความเป็นมนุษย์

วันนี้สนพ.สมมติขอนำพา สายอาร์ต ทั้งหลายไปทำความรู้จักกับ 9 วรรณกรรมคลาสสิคเล่มดังและสำคัญ ที่เปิดเปลือยมนุษย์ผ่านบรรยากาศของการสรรค์สร้างงานศิลปะ

 

 1. The Picture of Dorian Gray - Oscar Wilde

วรรณกรรมคลาสสิคในศตวรรษที่ 19 โดยนักเขียนชาวอังกฤษ ออสการ์ ไวลด์ (Oscar Wilde) วรรณกรรมกอธิคเล่มนี้จะพาผู้อ่านไปสัมผัสกับความรุ่งเรืองของศิลปะในยุคเรเนซองส์ พร้อมกันนั้นก็ได้ท้าทายผู้อ่านให้ขบคิดไปกับแนวคิดเชิงปรัชญาผ่านบทสนทนาของตัวละคร ทั้งในประเด็นศิลปะ ความเชื่อ วัฒนธรรม ชนชั้น เพศ โครงสร้างทางสังคม และศีลธรรม

ตัวละครหลักในเรื่องคือ ดอเรียน เกรย์ หนุ่มน้อยใสซื่อผู้มีใบหน้างดงามราวกับภาพวาด และ ลอร์ดเฮนรี่ ผู้เชื้อเชิญให้ดอเรียนเข้าสู่ด้านมืดในจิตใจของเขา ซึ่งได้เปลี่ยนชีวิตของหนุ่มน้อยไปตลอดกาล ออสการ์ ไวลด์ ถ่ายทอดความย้อนแย้งลักลั่นของตัวละครในเรื่องที่พยายามหาคำตอบระหว่าง 'ความถูกต้องทางศีลธรรม' กับ 'ความสุขส่วนตัว' รวมถึงพลังของศิลปะที่ได้มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการกระทำของตัวละครในเรื่อง

 

2. The Fountainhead - Ayn Rand

ผลงานของ ไอน์ แรนด์ เล่มนี้คือวรรณกรรมเชิงปรัชญาสุดล้ำ เล่าเกี่ยวกับสถาปนิกหนุ่มไฟแรงที่มุ่งมั่นจะเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้นผ่านการออกแบบตึก แต่เขาต้องพบกับอุปสรรคครั้งใหญ่จากเพื่อนร่วมวงการสถาปัตยกรรมด้วยกันเอง ที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของเขา ด้วยแนวคิดที่ก้าวกระโดดและแหวกขนบวัฒนธรรมทางสังคมในสมัยนั้น ทำให้สถาปนิกหนุ่มต้องฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อทำฝันของเขาให้เป็นจริงโดยลำพัง

ไอน์ แรนด์ นำเสนอภาพของตัวละครสถาปนิกหนุ่มไว้อย่างน่าสนใจ ความดื้อรั้นและยึดมั่นในความคิดของตน แต่ก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวในคราวเดียวกัน คือลักษณะของตัวละครที่เป็นแรงบันดาลใจและสะท้อนชีวิตการทำงานของผู้คนที่อยู่ในแวดวงศิลปะและการออกแบบได้เป็นอย่างดี

 

3. Cat’s Eye - Margaret Atwood

อีกหนึ่งผลงานเล่มสำคัญของราชินีแห่งนวนิยายดิสโทเปียอย่าง มาร์กาเร็ต แอตวูด

ใน Cat’s Eye มาร์กาเร็ตได้เล่าเรื่องของจิตรกรหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสกลับไปยังโทรอนโต เมืองที่เธอเติบโตขึ้นมา เพื่อเข้าร่วมการแสดงผลงานศิลปะของเธอเอง ทว่าการหวนกลับไปในที่ที่คุ้นเคยทำให้กล่องแห่งความทรงจำอันเลวร้ายในวัยเด็กของเธอถูกเปิดออกมาอีกครั้ง เมืองแห่งนั้นคือที่ที่เธอได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ ผู้ที่ทำให้ได้รู้จักกับคำว่ามิตรภาพและการหักหลัง รวมทั้งสร้างรอยแผลเป็นในใจที่เธอไม่มีวันลืม

อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์อันแสนขมขื่นเหล่านั้นเองที่เป็นหนึ่งในแรงผลักดันให้จิตรกรผู้นี้ได้สรรสร้างผลงานภาพวาดของเธอ ในเรื่องนี้ นอกจากความสละสลวยของภาษาผ่านปลายปากกาของ มาร์กาเร็ต แอตวูด และความสวยงามของศิลปะแล้ว ผู้อ่านยังได้เห็นถึงปัญหาความรุนแรงในสังคมที่สะท้อนผ่านตัวละครหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการกลั่นแกล้งกันระหว่างเด็กๆ

 

4. Bluebeard by Kurt Vonnegut




วรรณกรรมเล่มนี้ของ เคิร์ต วอนเนกัต ดำเนินเรื่องโดยตัวละครหลักที่เป็นศิลปินแนว Abstract Expressionism ชื่อว่า ราโบ คาราเบเคียน (Rabo Karabekian) เรื่องราวทั้งหมดเปรียบได้กับนิทรรศการภาพวาดที่เป็นอัตชีวประวัติของคาราเบเคียน เราจะได้ค่อยๆ ทำความรู้จักเขาผ่านภาพวาดที่เต็มไปด้วยความรู้สึกเบื้องลึกอันยากจะหยั่งถึงของศิลปินผู้นี้ กระนั้น ผู้อ่านจะได้รับรู้ว่าเขาเองก็มีความลับบางอย่างซุกซ่อนอยู่ ไม่พร้อมเผยให้ใครได้รู้ อาจเพราะความเจ็บปวดในอดีตที่ได้เผชิญมา ซึ่งตลอดทั้งเรื่องผู้อ่านจะได้ร่วมค้นหาความลับในภาพวาดชิ้นสุดท้ายที่เขาเก็บซ่อนไว้ พร้อมกับสัมผัสกับประสบการณ์อันเจ็บปวดของศิลปินผู้นี้

 

5. Narcissus and Goldmund - Hermann Hesse

นาร์ซิสซัส กับ โกลด์มุนด์ (Narcissus and Goldmund) หนึ่งในผลงานของนักเขียนรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม เฮอร์มาน เฮสเส เล่าถึงการค้นหาความหมายของตัวตนและที่ทางของตัวตนนั้นๆ ผ่านการเดินทางของนาร์ซิสซัสและโกลด์มุนด์ ผู้มีอุปนิสัยใจคอและความถนัดแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว

นาร์ซิสซัสเป็นบาทหลวงและนักคิดผู้ถนัดในการใช้ปัญญาขบคิดเรื่องคุณธรรมและศาสนา ตรงกันข้ามกับโกลด์มุนด์ นักพเนจรผู้เดินทางร่อนเร่ไปในโลกแห่งโลกีย์ พรสวรรค์ของเขาคือความละเอียดอ่อน ที่มักมองเห็นความงดงามของทุกสิ่งให้เป็นศิลปะ ซึ่งเป็นสิ่งที่นาร์ซิสซัสไม่สามารถทำได้

ภายใต้ความแตกต่างกันอย่างชัดเจนของคนทั้งสอง เฮสเสทำให้เราเห็นว่านาร์ซิสซัสและโกลด์มุนด์อาจเป็นตัวตนสองด้านที่ต่างกันของคนคนเดียวที่ออกเดินทางหาตัวตนที่แท้จริงของตนเอง

 

6. A Portrait of the Artist as a Young Man - James Joyce



A Portrait of the Artist as a Young Man หรือ ภาพชีวิตวัยเยาว์ของศิลปิน เป็นนวนิยายกึ่งอัตชีวประวัติที่ เจมส์ จอยซ์ ได้บรรยายชีวิตของ สตีเฟน เดดาลัส ตัวละครในนวนิยายที่ว่ากันว่าเป็นตัวแทนของจอยซ์เอง

โดยในเรื่องนี้ จอยซ์ได้ชี้เป็นนัยให้เห็นถึงความสามารถอันลึกซึ้งของเดดาลัสในเรื่องเทพปกรณัมกรีก รวมถึงบอกเล่าการค้นหาเส้นทางชีวิตของเดดาลัสที่ทำให้เขาได้ใช้ศิลปะเป็นทางเลือกในการแสดงออกถึงความรู้สึกในจิตใจ

ภาพชีวิตวัยเยาว์ของศิลปิน เป็นงานวรรณกรรมชิ้นสำคัญที่โมเดิร์นไลบรารีจัดให้เป็นลำดับที่สามของ นวนิยายที่ดีที่สุด 100 เรื่อง (Modern Library 100 Best Novels) แห่งคริสต์ศตวรรษที่ 20

 

7. Of Human Bondage by W. Somerset Maugham



หนึ่งในผลงานวรรณกรรมชิ้นเอกของ วิลเลียม ซอเมอร์เซ็ท มอห์ม (William Somerset Maugham) นักเขียนชาวอังกฤษผู้มีความถนัดในงานเขียนเรื่องสั้น และมีสไตล์การเขียนแบบตรงไปตรงมา เป็นธรรมชาติ ไม่อ้อมค้อม เช่นเดียวกับในนวนิยายเล่มนี้ เขาได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ ฟิลิป แครี่ ตัวละครหลักในเรื่องผู้อาภัพอับจน กำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่ยังเด็ก



เรื่องราวการเปลี่ยนเส้นทางความฝันของฟิลิปจากนักเรียนศิลปะสู่นักศึกษาแพทย์ และชีวิตรักอันน่าสับสนของเขา เสมือนกับการอ่านไดอารี่เล่มหนึ่ง เราได้เดินทางไปพร้อมๆ กับเขา ความรู้สึกทั้งสุข เศร้า เคล้าน้ำตาในความโชคร้ายและทิศทางชีวิตที่ผันแปรไม่แน่นอนของชายผู้นี้คือสิ่งที่ผู้อ่านจะได้สัมผัส

 

8. The Unknown Masterpiece - Honore de Balzac



ผลงานเรื่องสั้นชิ้นสำคัญจาก ออนอเร เดอ บัลซัค นักเขียนนวนิยายและบทละครชาวฝรั่งเศส ภายในหนังสือเล่มเล็กๆ นี้ บรรจุไปด้วยเรื่องราวของจิตรกรคนหนึ่งที่มีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 17 โดยที่ภาพวาดเป็นแกนหลักของเส้นเรื่องทั้งหมด มันเป็นทั้งจุดเริ่มต้น ความฝัน จุดพลิกผัน ไปจนถึงจุดจบในชีวิตของจิตรกรผู้นี้

สำนวนการเขียนในเล่มนี้ของบัลซัคคมคายและแยบยล รวมทั้งการเล่าถึงศิลปะสมัยใหม่ที่นับว่าเป็นประเด็นแปลกใหม่ในยุคนั้น ทำให้ผู้อ่านสามารถตีความได้หลายแบบ ตามแต่ประสบการณ์และมุมมองที่ผู้อ่านแต่ละคนเคยประสบพบเจอมา  วรรณกรรมชิ้นนี้จึงถือเป็นหมุดหมายสำคัญของพัฒนาการงานศิลป์ที่เหล่านักเรียนด้านศิลปะไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

 

9. The Amazing Adventures of Kavalier and Clay - Michael Chabon



หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความสนใจในด้านงานออกแบบ โดยเฉพาะการวาดภาพการ์ตูน The Amazing Adventures of Kavalier and Clay คือหนังสือที่คุณต้องอ่านสักครั้งในชีวิต

ไมเคิล ชาร์บอน ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ได้นำความรู้เชิงประวัติศาสตร์และเรื่องราวการผจญภัยอันตื่นเต้นเร้าใจมารวมอยู่ในหนังสือการ์ตูน ผ่านลายเส้นสวยงามที่ไม่ว่าจะยุคไหนก็สามารถดึงดูดใจผู้อ่านได้ทุกเพศทุกวัย

นอกจากจะได้ร่วมลุ้นไปกับ คาวาเลียร์ และ เคลย์ ในเส้นทางการผจญภัยของสองพี่น้องแล้ว ผู้อ่านจะยังได้รับเกร็ดความรู้ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจจากการเล่าเรื่อง ผ่านฉากหลังเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งจะทำให้การอ่านหนังสือการ์ตูนสนุกมากกว่าที่คุณคิด
====================

เปิดรับสมาชิกตลอดชีพรุ่นสอง ราคา 28,000 บาท

ผู้อ่านสามารถออกแบบงวดผ่อนชำระเองได้ (ระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน) ได้รับหนังสือเมื่อชำระครบ

รายละเอียดคลิก คำประกาศความรู้สึกและจินตนาการใหม่ในการทำสำนักพิมพ์



#รับจำนวนจำกัด #ปิดรับสิ้นเดือนพฤศจิกายน #ครบจำนวนปิดรับทันที
----------------------------------------------------------------

เชิญเลือกซื้อหนังสือราคาพิเศษมากกว่า 80 ปก ลดราคาทุกปก SALE Online Bookfair เรายกงานหนังสือมาบนหน้า Website ที่นี่



เงินไม่ถึง 100 ก็ซื้อได้ ราคาตั้งแต่ 93 บาท!!!

จัดส่งฟรี!!! เอาใจผู้อ่าน เมื่อสั่งซื้อครบ 1,200 บาท
----------------

เลือกซื้อหนังสือ ดีลเด็ด ช้อปด่วน [จำนวนจำกัด] คลิก FLASH SALE

สนใจหนังสือเป็น SET ครบชุด ไม่ต้องการเลือกให้วุ่นวาย เราจัดมาให้แล้ว คลิก SPECIAL SET


Powered by MakeWebEasy.com