เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ กับครั้งแรกในชีวิตสมรส

Last updated: 2021-05-30  |  288 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ กับครั้งแรกในชีวิตสมรส


KEYNOTE

  • แฮดลีย์กับเฮมิงเวย์เจอกันอย่างไร?
  • ทั้งสองเดินทางไปยุโรป แต่ทำไมต้องเป็นปารีส?
  • A Moveable Feast บันทึกชีวิตของนักเขียนหนุ่มชื่อ เฮมิงเวย์

- - แฮดลีย์กับเฮมิงเวย์เจอกันอย่างไร? - -

แฮดลีย์แต่งงานกับเฮมิงเวย์เมื่อวันที่ 3 กันยายน 1921 เฮมิงเวย์อยู่ในวัยหนุ่ม เพิ่งอายุยี่สิบกว่าๆ กำลังเริ่มต้นอาชีพนักหนังสือพิมพ์หลังกลับจากสงคราม ในขณะที่แฮดลีย์อายุมากกว่าเขาถึง 8 ปี นักเขียนชีวประวัติหลายคนลงความเห็นว่า แฮดลีย์เป็นเหมือนตัวแทนของแอคเนส นางพยาบาลที่เป็นรักแรกอันไม่สมหวังของเฮมิงเวย์ในระหว่างสงคราม

แอคเนส ฟอน คุโรสกี เป็นนางพยาบาลที่ดูแลเฮมิงเวย์ในระหว่างที่ได้รับบาดเจ็บจนเกือบจะเสียขาที่อิตาลี เธออายุมากกว่าเฮมิงเวย์ 7 ปี ระหว่างปฐมพยาบาลเขาทั้งคู่ก็รักกันและวางแผนจะแต่งงานกัน แต่ในที่สุดแอคเนสก็ปฏิเสธเฮมิงเวย์เพราะเหตุผลเรื่องอายุ เรื่องรักของทั้งคู่เขียนเป็นหนังสือและสร้างเป็นหนังปี 1996 เรื่อง In Love and War และแอคเนสคือแรงบันดาลใจให้เฮมิงเวย์เขียน A Farewell to Arms อย่างไรก็ตาม มีคนตั้งข้อสังเกตว่าแฮดลีย์มีบุคลิกที่เป็นเด็กมากกว่าอายุจริง ซึ่งทำให้เธอแตกต่างจากแอคเนส

แฮดลีย์ ริชาร์ดสัน เกิ
ดเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 1891 ที่เมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี เป็นลูกคนเล็กในพี่น้องห้าคน แม่ของเธอเป็นนักร้องและนักดนตรี พ่อเป็นเภสัชกร พ่อของเธอฆ่าตัวตายเมื่อเธออายุ 13 ปี แฮดลีย์เป็นลูกที่แม่ประคบประหงมเป็นพิเศษ เนื่องจากเคยตกจากชั้นสองตอนเด็ก ทำให้ต้องนอนเตียงเป็นปี หลังจากนั้นแม่ก็ห้ามไม่ให้ว่ายน้ำหรือออกกำลังกาย แฮดลีย์ได้เข้าเรียนในโรงเรียน แต่ในปี 1911 เมื่อพี่สาวของเธอ โดโรเธีย ตายในเหตุการณ์ไฟไหม้ เธอก็ออกจากโรงเรียน แต่เธอก็ยังต้องอยู่กับชีวิตที่เข้มงวดจากแม่และพี่สาว เพราะความกังวลในเรื่องสุขภาพ แฮดลีย์เคยพยายามเป็นนักเปียโนแต่เลิกในที่สุดเพราะคิดว่าตัวเองไม่มีพรสวรรค์ ก่อนพบเฮมิงเวย์เธอใช้ชีวิตอยู่กับการพยาบาลแม่ซึ่งป่วย เธอดูแลแม่จนกระทั่งแม่เสียชีวิตจากไป




- - ทั้งสองเดินทางไปยุโรป แต่ทำไมต้องเป็นปารีส? - -

แฮดลีย์พบเฮมิงเวย์ขณะไปเยี่ยมเพื่อนที่ชิคาโก ตอนนั้นเขาเป็นบรรณาธิการประสานงานอยู่กับวารสาร Cooperative Commonwealth ทั้งสองจีบกันตลอดหน้าหนาวปี 1920 เฮมิงเวย์ได้พบกับเพื่อนและครอบครัวของแฮดลีย์ครั้งแรกเมื่อมีนาคม 1921 แม้ว่าดูเหมือนเขาจะไม่ผ่านการดูตัวครั้งนี้ เพื่อนและครอบครัวไม่สนับสนุนทั้งคู่ แต่ในที่สุดทั้งสองคนก็หมั้นและแต่งงานกันในปีนั้น ทั้งคู่ไปแต่งงานและฮันนีมูนที่กระท่อมฤดูร้อนของครอบครัวเฮมิงเวย์ที่มิชิแกนและกลับมาพร้อมกับอาการหวัด

ตอนแรกทั้งสองคนวางแผนจะไปโรม แต่เป็น เชอร์วูด แอนเดอร์สัน ที่แนะนำให้ทั้งคู่ไปปารีส ด้วยเหตุผลว่าค่าเงินถูกและบรรดานักเขียนอเมริกันคนสำคัญหลายคนต่างชุมนุมกันอยู่ที่นั่น เฮมิงเวย์รู้จัก เชอร์วูด แอนเดอร์สัน ซึ่งตอนนั้นเป็นนักเขียนที่มีผลงานชิ้นสำคัญแล้ว ที่วารสาร Cooperative Commonwealth ในชิคาโกนั่นเอง ด้วยเงินมรดกของแฮดลีย์และต่อมาเฮมิงเวย์ได้บรรจุเป็นนักข่าวต่างประเทศของหนังสือพิมพ์ Toronto Star ทั้งคู่ก็พร้อมสำหรับการเดินทางไปใช้ชีวิตในยุโรป


- - A Moveable Feast บันทึกชีวิตของนักเขียนหนุ่มชื่อ เฮมิงเวย์ - -

แฮดลีย์และเฮมิงเวย์ขึ้นเรือเลโอโปลดา (Leopolda) เดินทางมาปารีส เปิดประตูสู่โลกใหม่ ที่ซึ่งพวกเขาได้พบกับเหล่านักเขียนและสถานที่มากมาย กิจกรรมและการใช้ชีวิตของคู่รักนักเขียนหนุ่มที่ปรากฏใน A Moveable Feast คือ 6 ปีแรกในการพยายามเป็นนักเขียนของ เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ โดยมีแฮดลีย์เผชิญชีวิตอยู่เคียงข้าง

ทั้งสองเช่าห้องอพาร์ทเมนต์ เลขที่ 74 ถนนการ์ดินัล เลอมอยน์ในย่านละติน และเขาเช่าห้องต่างหากไว้สำหรับนั่งเขียนงานที่ตึกใกล้เคียง สมัครสมาชิกและเช่าหนังสือจากร้านเชคสเปีย แอนด์ คัมปานี ได้พบกับ เกอร์ทรูด สไตน์ ไปปีนเขากับชิงค์ที่อิตาลี ทะเลาะกันและเฮมิงเวย์ไปทำข่าวที่ตุรกี แฮดลีย์ทำต้นฉบับหายระหว่างเดินทางไปหาเขาที่เจนีวา ไปเยี่ยมเอซรา พาวด์ที่อิตาลี ฯลฯ เหล่านี้คือชีวิตในปารีสก่อนที่แฮดลีย์จะท้อง เมื่อแฮดลีย์ท้องทั้งคู่ก็เดินทางกลับไปยังโตรอนโต แคนนาดา เพื่อคลอดแจ๊คที่นั่น
 
แจ๊ค หรือ จอห์น แฮดลีย์ นิกานอร์ เฮมิงเวย์ เกิดวันที่ 10 ตุลาคม 1923 ที่โตรอนโต ตั้งชื่อตามแม่และมาทาดอร์ชาวสเปนนิกานอร์ วิยัลตา เนื่องจากก่อนกลับแคนาดาทั้งสองไปดูการสู้วัวที่ปอมโพลนา สเปน แฮดลีย์เรียกเขาว่า บัมบี้ ที่โตรอนโต พวกเขาอาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนต์เล็กๆ แห่งหนึ่งบนถนนบาเธอส์ เฮมิงเวย์เบื่อและไม่อยากทำงานหนังสือพิมพ์ เมื่อบัมบี้อายุไม่กี่เดือนพวกเขาก็กลับปารีสเพื่อใช้ชีวิตในการพยายามเป็นนักเขียนของเฮมิงเวย์อีกครั้ง มกราคม 1924 ทั้งสองคนย้ายเข้าอพาร์ทเมนต์แห่งใหม่บนถนนนอเตรอะ-ดาม-เดอ-ฌองส์

มิถุนายน 1924 แฮดลีย์และเฮมิงเวย์ทิ้งบัมบี้ไว้ที่ปารีสและไปปอมโพลนา และฤดูหนาวปีนี้พวกเขาทั้งสามคนก็ไปชรุนส์ ออสเตรียเป็นครั้งแรก

. . ,
 
มกราคม 1927 แฮดลีย์หย่ากับเฮมิงเวย์และเป็นผู้เลี้ยงดูบัมบี้ เมษายน 1927 เธอและลูกเดินทางไปนิวยอร์ค ได้พบกับเพื่อนครอบครัวและพ่อแม่ของเฮมิงเวย์ เฮมิงเวย์และ พอลลีน ไพเฟอร์ แต่งงานกันในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน และตุลาคม แฮดลีย์และบัมบี้ก็เดินทางกลับไปปารีส

ชีวิตแต่งงานของเฮมิงเวย์และไพเฟอร์ยืนยาวเป็นเวลา 13 ปี มีลูกด้วยกันสองคน เมษายน 1933 หกปีหลังหย่ากับเฮมิงเวย์ แฮดลีย์แต่งงานใหม่กับ พอล มาวเรอร์ (Paul Mowrer) ที่ลอนดอน ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันจนกระทั่งพอลเสียชีวิตในปี 1971



บางส่วนจากบท  แฮดลีย์และเฮมิงเวย์  ท้ายเล่ม ฤกษ์งามยามปารีส (A Moveable Feast) 

ก้าวแรกของหนุ่มสาวกับเมืองแห่งเสรีภาพ กับ บรรยากาศที่อวลด้วยประวัติศาสตร์ ศิลปะ อาหาร
และความรัก



==========

ใครชื่นชอบเฮมิงเวย์

แนะนำ Set เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ (Ernest Hemingway)


==========

คลิกอ่านบทความโดย แดนอรัญ แสงทอง

เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ | Hemingway ชายชาตรีอเมริกันคนสุดท้าย

เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ | ไม่มีภาพลวงตาในสงคราม 
==========

สนใจสั่งซื้อยกชุดราคาพิเศษ ออกแบบสุดประณีต เหมาะแก่นักอ่านตัวยง

คลิกสั่งซื้อ ชุดหนังสือ Classics - Deluxe Edition For Book Lovers วรรณกรรมสากลในฉบับภาษาไทย

Powered by MakeWebEasy.com