ว่าด้วยการเป็นนักเขียนที่แท้ของคนอ่าน (ตอนที่ 5)

Last updated: Sep 10, 2020  |  456 จำนวนผู้เข้าชม  |  Literature World

นักเขียนไทย สำนักพิมพ์สมมติ

[ตอนที่ 5]

ในประวัติศาสตร์อันใกล้ มีเสียงร้องหนึ่งตะโกนแจ้งข่าวการจากไปของนักเขียนที่ว่ากันว่าคือ ‘เพื่อชีวิตคนสุดท้าย’ สิ้นเสียงข่าวร้าย ชายหนุ่มสามสี่คนที่อยู่ตรงนั้นต่างนิ่งเงียบ ไม่มีใครเอ่ยปาก จำได้เลาๆ กับตัวเองว่า เสียงรอบข้างมันดังอู้อี้ๆ ถามว่าสนิทชิดเชื้อกับนักเขียนหนุ่มคนนี้ไหม ก็ตอบอย่างไม่เกรงใจความทรงจำของตัวเองว่า แม้แต่สบตากันแบบซึ่งหน้าก็ไม่เคย มิพักต้องกล่าวถึงการสนทนาแลกเปลี่ยน

หลายปีผ่านไป ข่าวร้ายจากเมืองเหนือก็มาถึง พญาอินทรีผู้ยิ่งใหญ่ในโลกตัวอักษร โผบินไปไกลสุดขอบฟ้าไม่หวนกลับ ความรู้สึกในคราวนี้ก็ไม่ต่างกัน เหมือนสูญเสีย...ไม่ใช่เหมือน มันคือการสูญเสีย จะว่าไป ญาติกันก็ไม่ใช่ สนทนาสบตากันก็นับครั้งได้ แต่เหมือนมีบางอย่างมากระชากให้ความทรงจำมันทำงานและสั่นไหว


ไม่นานนักจากกาลปัจจุบัน ‘เหมืองแร่’ ที่เปิดมายาวนานก็ถึงเวลาปิดถาวร ความรู้สึกของคนหนุ่มคนนั้นก็ไม่ต่างจากครั้งก่อนๆ

ล่าสุด วันหนึ่งของบ่ายคล้อยเดือนสิงหาคม นักเขียนหญิงชาวแอฟริกัน-อเมริกันคนแรกที่ได้รางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม ตัดสินใจเกษียณอายุจากการเขียนหนังสือด้วยวัย 88 ปี ก็แปลก...ต่างชาติ ต่างภาษา คนละสีผิว แต่เกิดความรู้สึกเดียวกันในความสูญเสีย

ว่าก็ว่าเถอะ นักเขียนยังไงก็เป็นนักเขียน ทำหน้าที่ถ่ายทอดบางอย่างแทนพวกเรา เรียกร้องและป่าวตะโกนถึงสาระสำคัญบางอย่างของชีวิตที่เราอาจมองไม่เห็น พวกเขาคัดง้างกับแอกขนาดใหญ่ที่เรียกว่า 'บรรทัดฐานจอมปลอมในสังคม' หรือจะเล่นคำกลับกันว่า 'บรรทัดฐานในสังคมจอมปลอม' พวกเขาทำให้เราเห็นในสิ่งที่เราไม่มอง และพวกเขามองในสิ่งที่เราไม่เห็น

แต่ว่าก็ว่าเถอะ นักเขียนก็เป็นคนธรรมดาเหมือนพวกเรา ใช้อากาศหายใจเดียวกับผู้คนในยุคสมัยนั้นๆ เพียงพวกเขามีถ้อยคำและความคิดอ่านเป็นอาภรณ์สวมใส่ โดยมีความโดดเดี่ยวเป็นมิตรแท้ระหว่างทำงาน


นักเขียนทั้งหลายผลิตงานตามยุคสมัยที่พวกเขาเป็นประจักษ์พยาน ตามแต่ละประเภทงานเขียนที่พวกเขาช่ำชอง และตามแต่สัญชาติที่พวกเขาสังกัด

แม้จะหลากหลายแตกต่าง แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ พวกเขาเป็นนักเขียนของพวกเรา พวกเขาเป็นนักเขียนของโลกใบนี้

เมื่อได้ข้อสรุปดังนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องแยกระหว่าง 'นักเขียนไทย' หรือ 'นักเขียนเทศ’ ยิ่งไปกว่านั้น หากพวกเขามี ‘ฉันทามติ’ ต่อตัวเองชัดเจนแล้วว่าจะเป็นนักเขียนของ ‘พวกเรา’ พลังในปัจเจกจะสำแดงให้งานเขียนของพวกเขาเชื่อมโยงกับสาธารณะด้วยความกลมกลืน

ไม่อยากกล่าวโทษโชควาสนาว่าเราทำงานในประเทศที่การอ่านกะพร่องกะแพร่ง คุณค่าของนักเขียนในประเทศนี้จึงถูกละเลยเพิกเฉย แต่ในทางกลับ นักเขียนเองก็ต้องพยายามอย่างสุดตัวเพื่อพิสูจน์ว่าพวกคุณเป็นนักเขียนของคนในประเทศนี้ให้ได้ด้วยเช่นกัน!

แต่เอาเข้าจริง ไม่ต้องถึงกับให้ผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมเหลียวมองตีคุณค่าหรอก

ขอเพียงนักเขียนไทยซื่อสัตย์ต่องานเขียนและเป็นนักเขียนที่แท้ของคนอ่าน นั่นก็น่าจะเพียงพอแล้ว?!?

============================

[ ย้อนกลับไปอ่าน ]
(บทนำ) คลิก https://www.sm-thaipublishing.com/content/6361/duty-of-words

(ตอนที่ 1) คลิก https://www.sm-thaipublishing.com/content/6475/2-rules-cover-design

(ตอนที่ 2) คลิก https://www.sm-thaipublishing.com/content/6476/pain-and-passion

(ตอนที่ 3) คลิก https://www.sm-thaipublishing.com/content/6477/fascinating-thai-lit

(ตอนที่ 4) คลิก https://www.sm-thaipublishing.com/content/6502/books-worth-reading

(ตอนที่ 6) คลิก https://www.sm-thaipublishing.com/content/6556/break-the-rule-cover-design

(ตอนที่ 7) คลิก https://www.sm-thaipublishing.com/content/6644/on-thanes

Powered by MakeWebEasy.com