รู้หรือไม่? ตีเด็กผิดกฎหมาย

Last updated: 5 Sep 2022  |  4675 Views  | 

รู้หรือไม่? ตีเด็กผิดกฎหมาย

ความเบ่งบานของสิทธิเสรีภาพจากรัฐธรรมนูญ 2540 ส่งผลต่อการจัดทำกฎหมายเพื่อยกเลิกมรดกของเผด็จการอำนาจนิยม โดยเฉพาะในรั้วโรงเรียน กล่าวกันว่ากระทรวงศึกษาเคยอนุญาตให้ครูใช้ไม้เรียวเฆี่ยนตีนักเรียนได้ไม่เกินหกปีบริเวณบั้นท้าย จนกระทั่งได้มีการออกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา พ.ศ.2543 ที่ยกเลิกระเบียบในปี 2515 และ 2522 โดยมีสาระสำคัญคือ ยกเลิกการลงโทษประเภท 'เฆี่ยน' ออกไป และเพิ่มโทษ 'ทำกิจกรรม' ขึ้นมาในสถานที่สอง ระหว่าง 'ว่ากล่าวตักเตือน' อันเป็นสถานที่หนึ่ง และ 'ทำทัณฑ์บน' อันเป็นสถานที่สอง ทั้งยังลดโทษให้เหลือเพียงห้าสถาน อีกทั้งในปี 2548 ได้มีการปรับเปลี่ยนอีกครั้ง เหลือโทษสี่สถาน ตัดโทษ 'พักการเรียน' และ 'ให้ออก' ทิ้งไป แสดงให้เห็นว่าในเชิงกฎหมายมีแนวโน้มที่จะลดบทลงโทษนี้ลง

กฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ.2548 นิยามลักษณะไม่พึงประสงค์ของนักเรียนและนักศึกษาไว้ 9 ข้อ เพื่อให้สถานศึกษากำหนดระเบียบให้ชัดเจน ลักษณะดังกล่าวได้แก่

1.หนีเรียนหรือออกนอกสถานศึกษาโดยไม่ได้รับอนุญาตในช่วงเวลาเรียน
2.เล่นการพนัน จัดให้มีการเล่นการพนัน หรือมั่วสุมในวงการพนัน
3.พกพาอาวุธหรือวัตถุระเบิด
4.ซื้อ จําหน่าย แลกเปลี่ยน เสพสุรา หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สิ่งมึนเมา บุหรี่หรือยาเสพติด
5.ลักทรัพย์ กรรโชกทรัพย์ ข่มขู่ หรือบังคับขืนใจเพื่อเอาทรัพย์บุคคลอื่น
6.ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ทําร้ายร่างกายผู้อื่น เตรียมการหรือกระทําการใดๆ อันน่าจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน
7.แสดงพฤติกรรมทางชู้สาวซึ่งไม่เหมาะสมในที่สาธารณะ
8.เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี
9.ออกนอกสถานที่พักเวลากลางคืนเพื่อเที่ยวเตร่หรือรวมกลุ่ม อันเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น ลักษณะดังกล่าวอาจสัมพันธ์กับการป้องปรามและควบคุมไม่ให้เด็กและเยาวชนก่อเหตุความรุนแรง

ส่วนพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ได้เข้ามาแทนที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 (พ.ศ.2515) โดยถือว่าเป็นการยุติต้นตอสำคัญของการจำกัดสิทธิ์ของเด็กและเยาวชนที่สร้างมรดกทางอำนาจการควบคุมมายาวนาน ภายใต้บรรยากาศที่เบ่งบานของประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมในรัฐธรรมนูญ 2540 อีกด้วย

แต่การทำโทษนักเรียนด้วยการเฆี่ยนตีก็ยังมีให้เห็นและเป็นข่าวเสมอ เมื่อการยกเลิกการทำโทษข้างต้นเป็นเพียงการยกเลิกในกระดาษ ไม่ได้มีผลเชิงวัฒนธรรมขององค์กรและความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ทำให้กรณีการลงโทษเด็กด้วยการเฆี่ยนตียังมีอยู่ในสังคมไทยทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว ดังนั้น วัฒนธรรมแบบอำนาจนิยมที่ยังสถิตอยู่ในสภาพแวดล้อมโรงเรียนและในมโนสำนึกของครู กระทั่งผู้ปกครอง ทำให้การยกเลิกเพียงในระเบียบอาจไม่เพียงพอ
...

ระเบียบวินัยฉบับวัฒนธรรมได้ส่งผลต่อแนวปฏิบัติในด้านการศึกษา โดยกฎหมายลายลักษณ์อักษรที่ต้องทรงอาญาสิทธิ์กว่ากลับไร้น้ำยา เพราะความสัมพันธ์เชิงอำนาจในสถาบันการศึกษายังไม่เปลี่ยน การให้คุณให้โทษ การลงทัณฑ์ยังถูกมัดแน่นอยู่กับระบบอุปถัมภ์ในโรงเรียน ที่ความคิดแบบก้าวหน้าไม่อาจเข้าไปคลี่คลายปมปัญหานั้นได้ง่ายๆ
...

 

-- บางส่วนจาก บทที่ 5 การศึกษาไทยกับฉันทามติหลังวิกฤตเศรษฐกิจ 2540 (พ.ศ.2540-2549) โดย ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์

ในเล่ม เลาะตะเข็บอำนาจประวัติศาสตร์การศึกษาไทย




คลิกสั่งซื้อในราคาพิเศษ ชุดหนังสือประวัติศาสตร์ที๋โรงเรียนไม่ได้สอน พร้อมให้คุณเบิกเนตรและตาสว่าง


Powered by MakeWebEasy.com
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy  and  Cookies Policy